เนื่องจากต้องอยู่เมืองนอกหลายปีในเมืองที่มีแต่จังค์ฟู๊ดและอาหารที่ไม่ใช่จังค์ก็จะมีราคาสูง ผมก็เหมือนถูกบังคับให้ต้องทำอาหารกินเองไปโดยปริยาย ถ้าคนที่ต้องทำอาหารกินเองทุกวันคงรู้ดีว่าการคิดเมนูอาหารมันยากพอๆกับการเรียบเรียงเพลงชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่ เวลามันคิดไม่ออกก็คิดไม่ออกจริงๆ เมนูเก่าๆก็เบื่อ ข้าวหน้าไก่อร่อยแค่ไหนทำกินทุกวันมันก็ต้องเบื่อซักวัน ของในตู้เย็นก็มีจำกัด อย่างเช่นถั่วงอกก็เก็บได้ไม่นาน อาหารไทยหลายอย่างใช้ถั่วงอก เราจะไปซื้อบ่อยๆก็ไม่ไหว จะปลูกเองก็คงพอได้เพราะเคยเรียนตอนป.1 แต่มันกั๊มไปไหมนั่น การทำอาหารก็เลยมีข้อจำกัดมากขึ้นในเรื่องส่วนผสมที่มีในตู้เย็นและฝีมือ (น่าจะมีเว็บที่ค้นหาสูตรอาหารไทยจากของที่เรามีในตู้เย็นได้นะ ใครรู้บอกด้วย ของฝรั่งเขามีอยู่หลายเว็บ) สุดท้ายก็จะมีเมนูที่ผมเรียกว่าเมนูร่วมสมัยออกมา เช่น สปาเกตตี้ลูกชิ้นเนื้อ (เพราะไม่มีเส้นก๋วยเตี๋ยว) ข้าวต้มเนื้อสับ (เพราะหยิบเนื้อสับทั้งๆที่ตั้งใจจะหยิบหมูสับ) หรือข้าวมันหมู (คล้ายๆข้าวมันไก่แต่ไก่หมด) เป็นต้น เพราะเหตุนี้ผมเลยมีโอกาสฝึกฝนการทำอาหารแบบอัตคัดมาอย่างดี ขอออกตัวก่อนว่าผมก็ไม่ได้ทำอาหารอร่อยแต่ก็ทำเป็นพอที่จะทำให้คนอื่นกินแล้วเขารู้ว่ามันคืออะไร อันนี้ไม่รวมเมนูร่วมสมัยของผมนะปกติผมและคุณพีร์จะชอบสรรหาของกินอร่อยๆแบบไม่เลือกปฎิบัติ แปลว่าเราจะประเมินร้านอาหารที่ความอร่อยเท่านั้น อาหารโรงแรมอร่อยก็ไปกิน อาหารตามซอกที่มีหมาเดินผ่านไปมาแล้วฉี่ตรงขาโต๊ะอร่อยก็ไปกิน ช่วงนั้นกินอาหารที่ไหนก็อร่อย แต่พักหลังๆผมสังเกตตัวเองว่าเวลากินอาหารนอกบ้านแล้วจะมีความสุขกับมันน้อยลงซึ่งคาดว่าเป็นผลของการรู้จักการทำอาหารมากขึ้น จากการสำรวจจำนวนตัวอย่างเท่ากับหนึ่งของผม ฝีมือการทำอาหารจะทำให้เรารู้สึกอร่อยกับอาหารฝีมือคนอื่นลดลง จริงๆอาจจะเป็นเพราะกินข้างนอกซ้ำไปซ้ำมาจนเบื่อหรือผมลิ้นเข้าข้างตัวเอง ก็เป็นได้หรือผมเผลอเอาราคาเข้าไปหักลบจากความอร่อยกลาย ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง ไอ้พวกเชฟกระทะเหล็กมันเกิดมาซวยจริงๆที่ทำอาหารเก่ง
อย่างน้อยมนุษย์เกิดมาโชคดีอย่างนึงเพราะเรามีความชอบเปลี่ยนไปตามเวลาแม้จะลำบากคนทำอาหารอยู่บ้าง บางวันเราอยากกินไข่เจียว บางวันอยากกินพาสต้า เราไม่สามารถเทียบความอร่อยของไข่เจียวกับพาสต้าได้ เราเลยกินสลับๆกันไปไม่น่าเบื่อ ถ้าเราคิดว่าไข่เจียวอร่้อยที่สุดในโลก ประเทศไทยมีแต่ร้านข้าวไข่เจียวมันคงขาดสีสัน



