Friday, April 3, 2009

กระทะเหล็ก

เนื่องจากต้องอยู่เมืองนอกหลายปีในเมืองที่มีแต่จังค์ฟู๊ดและอาหารที่ไม่ใช่จังค์ก็จะมีราคาสูง ผมก็เหมือนถูกบังคับให้ต้องทำอาหารกินเองไปโดยปริยาย ถ้าคนที่ต้องทำอาหารกินเองทุกวันคงรู้ดีว่าการคิดเมนูอาหารมันยากพอๆกับการเรียบเรียงเพลงชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่ เวลามันคิดไม่ออกก็คิดไม่ออกจริงๆ เมนูเก่าๆก็เบื่อ ข้าวหน้าไก่อร่อยแค่ไหนทำกินทุกวันมันก็ต้องเบื่อซักวัน ของในตู้เย็นก็มีจำกัด อย่างเช่นถั่วงอกก็เก็บได้ไม่นาน อาหารไทยหลายอย่างใช้ถั่วงอก เราจะไปซื้อบ่อยๆก็ไม่ไหว จะปลูกเองก็คงพอได้เพราะเคยเรียนตอนป.1 แต่มันกั๊มไปไหมนั่น การทำอาหารก็เลยมีข้อจำกัดมากขึ้นในเรื่องส่วนผสมที่มีในตู้เย็นและฝีมือ (น่าจะมีเว็บที่ค้นหาสูตรอาหารไทยจากของที่เรามีในตู้เย็นได้นะ ใครรู้บอกด้วย ของฝรั่งเขามีอยู่หลายเว็บ) สุดท้ายก็จะมีเมนูที่ผมเรียกว่าเมนูร่วมสมัยออกมา เช่น สปาเกตตี้ลูกชิ้นเนื้อ (เพราะไม่มีเส้นก๋วยเตี๋ยว) ข้าวต้มเนื้อสับ (เพราะหยิบเนื้อสับทั้งๆที่ตั้งใจจะหยิบหมูสับ) หรือข้าวมันหมู (คล้ายๆข้าวมันไก่แต่ไก่หมด) เป็นต้น เพราะเหตุนี้ผมเลยมีโอกาสฝึกฝนการทำอาหารแบบอัตคัดมาอย่างดี ขอออกตัวก่อนว่าผมก็ไม่ได้ทำอาหารอร่อยแต่ก็ทำเป็นพอที่จะทำให้คนอื่นกินแล้วเขารู้ว่ามันคืออะไร อันนี้ไม่รวมเมนูร่วมสมัยของผมนะ

ปกติผมและคุณพีร์จะชอบสรรหาของกินอร่อยๆแบบไม่เลือกปฎิบัติ แปลว่าเราจะประเมินร้านอาหารที่ความอร่อยเท่านั้น อาหารโรงแรมอร่อยก็ไปกิน อาหารตามซอกที่มีหมาเดินผ่านไปมาแล้วฉี่ตรงขาโต๊ะอร่อยก็ไปกิน ช่วงนั้นกินอาหารที่ไหนก็อร่อย แต่พักหลังๆผมสังเกตตัวเองว่าเวลากินอาหารนอกบ้านแล้วจะมีความสุขกับมันน้อยลงซึ่งคาดว่าเป็นผลของการรู้จักการทำอาหารมากขึ้น จากการสำรวจจำนวนตัวอย่างเท่ากับหนึ่งของผม ฝีมือการทำอาหารจะทำให้เรารู้สึกอร่อยกับอาหารฝีมือคนอื่นลดลง จริงๆอาจจะเป็นเพราะกินข้างนอกซ้ำไปซ้ำมาจนเบื่อหรือผมลิ้นเข้าข้างตัวเอง ก็เป็นได้หรือผมเผลอเอาราคาเข้าไปหักลบจากความอร่อยกลาย ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง ไอ้พวกเชฟกระทะเหล็กมันเกิดมาซวยจริงๆที่ทำอาหารเก่ง

อย่างน้อยมนุษย์เกิดมาโชคดีอย่างนึงเพราะเรามีความชอบเปลี่ยนไปตามเวลาแม้จะลำบากคนทำอาหารอยู่บ้าง บางวันเราอยากกินไข่เจียว บางวันอยากกินพาสต้า เราไม่สามารถเทียบความอร่อยของไข่เจียวกับพาสต้าได้ เราเลยกินสลับๆกันไปไม่น่าเบื่อ ถ้าเราคิดว่าไข่เจียวอร่้อยที่สุดในโลก ประเทศไทยมีแต่ร้านข้าวไข่เจียวมันคงขาดสีสัน

Tuesday, March 31, 2009

กินข้าวที่ Hong Kong



เพิ่งกลับมาจาก Hong Kong ไปรอบนี้แทบไม่ได้ซื้อของอะไรเลยเนื่องจากไม่ใช่เทศกาลลดราคา และเราก็ไม่ได้อยากได้อะไรเป็นพิเศษ สิ่งที่เป็นกิจกรรมหลักก็เลยกลายเป็นการหาอะไรกิน

ตามความรู้สึกของเราของกินในฮ่องกงมีจุดเด่นคือมาตราฐานสูง ร้านทั่วๆไปข้างทางที่ขาย หมูแดง หมูกรอบ เป็ดย่าง ห่านย่าง หรือโจ๊ก มักจะจำได้อร่อยระดับหนึ่งเสมอ สิ่งที่รู้สึกคือของพวกนี้มันจะอร่อยกว่าเมืองไทย แต่ก็ไม่ขาด อร่อยกว่าไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้รู้สึก peak วันแรกที่ไปถึงกินห่านย่าง มีคนไทยที่เกิดและทำงานที่ฮ่องกงพาไป เนื่องจากเค้าพูดไทยไม่เก่ง เลยเรียก ห่าน ว่า หาน เดี๋ยวพี่พาไปกินหานย่าง หลังจากได้ยินทุกคนเลยเรียกตาม หานๆๆๆ และมีเพื่อนคนหนึ่งประยุกต์มาเป็นคำด่าในวันต่อๆมาว่า ไอ้หาน อีหาน มึงมันหาน ไอ้หานหิมะทองคำ ก็แปลกดี

Highlight การกินของทริปนี้อยู่ที่อาหารทะเล ที่ Lei Yue Mun ซึ่งเป็นหมูบ้านชาวประมงและตลาดอาหารทะเลชื่อดัง พอเราไปถึงตอนแรก เราก็ต้อวเครียดกับการถูกโจมตีโดย พนักงานของร้านแต่ละร้านที่ีจะพยายามดึงเราให้เข้าร้านของเขา เราจะอึดอัดเป็นพิเศษกับการขายที่มีคนเข้ามาดึงแขนหรือเอาตัวเข้ามาขวาง วิธีเลือกร้านของเราก็คือการหาร้านที่คนขายไม่มายุ่งกับเรานั่นเอง ซึ่งก็เดินไปเรื่อยๆแล้วก็เจอ

ส่วนลักษณะของการขายอาหารทะเลแถวนี้จะเหมือนร้าน seafood market ที่กรุงเทพ ที่เราต้องเลือกวัตถุดิบเองจากร้านขายอาหารทะเลสดซึ่งจะตั้งอยู่หน้าร้านหาอาหารอีกที ก็จะมีตู้ปลา ตู้กุ้ง ปู หอยสดๆเป็นๆไปเรื่อยๆ (คล้ายๆในรูป) เน้นว่าขนาดของสัตว์น้ำที่นี่ใหญ่มาก พอเราไปถึงก็ต้องเลือก ซึ่งแถวนั้นก็วุ่นวายมาก คนขายพูดอังกฤษก็ไม่ค่อยได้ เราก็ชี้ปลา เค้าก็ตักตัวที่เราไม่ได้ชี้ขึ้นมา แถวก็ถามว่าเอามั้ย แต่เราก็ตอบว่าเอาอยู่ดี เค้าหยิบLobsterออกมาให้เรา เราบอกว่าใหญ่ไป เค้าก็เอาไปเก็บ แล้วก็หยิบตัวที่ใหญ่กว่าเดิมออกมา แล้วเราก็เอาอยู่ดี มันจะงงๆแบบนี้ไปเรื่อยๆ

หลังจากได้วัตถุดิบ ก็ต้องนำเข้าร้านอาหาร และบอกว่าจะให้ปรุงอะไร วันนั้นกิน กั้งทอดพริกกระเทียม Lobster(ใหญ่ขนาดกิน5คนไม่หมด)ผัดหมี่ ปลาอะไรไม่รู้สีฟ้าๆนึ่งซีอิ้ว หอยงวงช้างยักษ์ทำซาชิมิและhotpot ทุกอย่างอร่อยหมด ไม่ใช่แค่วัตถุดิบดีแต่ปรุงอร่อยด้วย เป็นการกินที่ตอบสนองความต้องการได้ดีมาก มีึความรู้สึกอลังการและอร่อยอย่างเต็มที่ ส่วนราคาก็ตกคนละ 2300 บาท ถ้าเทียบกับอาหารที่ได้ก็ถือว่าคุ้ม น่าจะถูกกว่าเมืองไทยพอสมควรทีเดียวถ้ากินของเท่าๆกันแบบนี้ (มีน้องที่ไปด้วยบอกว่า lobsterตัวขนาดที่กินอย่างเดียวน่าจะ เกิน5000บาทได้ถ้าเป็นกรุงเทพ)

ก่อนกลับข้อสรุปที่ได้คือ ตอนไปฮ่องกงควรกินดีๆไปเลย กินข้าวหมูแดงเกี๊ยวน้ำ ออกมาคนละ 300-500 มันแพงกว่าไทยหลายเท่า แต่ถ้ากินอาหารทะเลดีๆ แม้จะราคาสูงกว่าปกติ แต่เืีทียบกันแล้วมันคุ้มและอร่อยกว่ากันเยอะ

Friday, March 6, 2009

Super Random


1. ช่วงนี้อยากดูหนังไทย เริ่มจากสองวันก่อนเพิ่งได้ดู Me Myself ชอบตัวแสดงและลายละเอียดหลายๆอย่างในหนัง ตอนนี้เลยอยากดูหนังไทยต่อ โดยเฉพาะ "ความจำสั้น แต่รักฉันยาว" อยากดูญารินดา เห็นในTrailerแล้วรู้สึกน่าสนใจ เพลงพี่เบิร์ดประกอบช่วยส่งได้ดีอีกด้วย พี่เจี้ยบเขียนบอกว่าดีทำให้ยิ่งอยากดูเข้าไปอีก ไม่รู้เมษาจะยังพอเหลือฉายอยู่บ้างไหม

2. Vicky Christina Barcelona สนุก ฉลาด Locationสวย ตัวแสดงหลักเล่นดีถึงดีมากทุกคน ถ้าใึครยังไม่ได้ดูไปหามาดูซะ ดูแล้วอยากไปเที่ยวแถวนั้นอีกด้วย เป็นเรื่องแรกที่ชอบPenelope เค้าHotจริงๆในเรื่องนี้

3. ทุกอย่างชั่วความผ่านมาแล้วผ่านไป จะไปเอาอะไรจริงจังกับมัน (หมายถึงทุกอย่างนั่นแหละ อะไรก็ไ้ด้)

4. ประเทศไทยผลไม้เยอะหลากหลายและอร่อย อยู่ต่างประเทศนานๆแล้วจะซาบซึ้ง

5. อยากเขียนBlogเป็นเรื่องเป็นราว แต่นึกอะไรไม่ออกมาซักพักแล้ว

6. อ่านBlogของเพื่อนๆพี่ๆท่านอื่นอยู่เสมอนะ แต่เข้าBlogพี่พีไม่ได้มาซักพักแล้ว

7. เพิ่งอ่านความสุขของกระทิ เป็นการเขียนที่สะอาดดีจัง

8. เว็บ http://en.akinator.com/ ที่พี่เลิกแนะนำมาสนุกดี ใครไม่เคยเล่นลองดูนะ

9. ขอให้ทุกคนสบายดีทั้งกายและใจ โดยเฉพาะใจ

-รูปโดย robin thom@flickr.com

Tuesday, January 13, 2009

รักษาใจไว้เด้อ




"เขาทำแก้วแตก เขาพูดไม่เพราะ เขาขี้เกียจ เขาทำงานไม่ดี
เราต้องระวังใจ อย่าโกรธเลย
อย่าให้ความผิดของเขา เข้ามาสู่ใจเราเลย
อย่าให้มันทำลายใจเราเลย อย่าให้ใจเสีย อย่าให้เสียใจเลย
โกรธเขาเมื่อไหร่ เราผิดทันที
บาปกว่าเขา โง่กว่าเขาด้วยซ้ำไป

คิดดู ให้พิจารณาดีๆนะ
สมมุติว่าเขาทำแก้วแตกโดยความประมาท
เราโกรธ เดือดร้อน ใจลงนรก
ถ้าตายตอนนั้นเลย เราตกนรกเลย
แต่ถ้าคนทำแก้วแตกตาย เขาไม่เป็นอะไร
ทำแก้วแตกไม่เป็นเหตุให้ตกนรกหรอก
แต่โกรธเป็นเหตุให้ตกนรกได้นะ
คิดดูซิ ใครผิด ใครโง่ ใครบาปกว่ากัน

หัวใจของศาสนาพุทธอยู่ตรงนี้เลย
ใครพูดอะไร ทำอะไร ไม่สำคัญเลย
สำคัญที่ใจของเราเป็นอย่างไร
ถ้าเึ้ข้าใจตรงนี้ก็เีรียกว่าเราปฏิบัติธรรมแล้ว"

*เนื้อหาคัดลอกมาจากหนังสือของ พระมิตซูโอะ คเวสโก
-ภาพโดย Kent Mercurio at flickr.com

Thursday, November 27, 2008

Be Considerate

คนเราไม่ควรเข้าไปยึดสนามบินนะครับ...

Tuesday, November 4, 2008

We Support Obama

Tuesday, September 30, 2008

สุดยอดการแสดงสด

กิจกรรมที่คุณ Phir กับคุณ Plop มักจะทำยามว่าคือการหาคลิปการแสดงสดใน YouTube ที่ถือว่าเป็นสุดยอดมาดู (อย่างน้อยก็ต้องสุดยอดในความคิดของเราแหละ) สุดยอดเพลงอย่างน้อยต้องมีความลงตัวของ เพลง นักร้อง ดนตรี การเรียบเรียง การนำเสนอและอารมณ์ ขอออกตัวก่อนว่าเราไม่ได้เอนเอียงไปทางแนวดนตรีอันใดอันหนึ่งเลย แม้การแสดงส่วนใหญ่จะมี "Pop factor" เข้ามาเกี่ยวอยู่บ้าง List ข้่างล่างนี้Phir-Plopทั้งสองคนจะปรับเปลี่ยนและใส่เพิ่มเรื่อยๆตามความพอใจ

1) Beautiful - Christina Aguilera
"คำเดียว โปรครับ เริ่มตั้งแต่การแต่งเพลง เนื้อหา การเรียบเรียง การร้อง การแสดง การนำเสนอ การพูดเข้าเพลง การแต่งตัว คนร้อง ทุกอย่างสวยงามเหมือนชื่อเพลงมากๆ จริงๆเพลงมันเรียบ เนื้อหาสั้นๆง่ายๆ แต่ออกมากแล้วเป็น Ballad ที่ลงตัวจริงๆ (นอกจากนี้ MV ยังเจ๋งมากๆอีก)" - Plop

2) Adia - Sarah McLachlan
"ชอบการแสดงสดอันนี้มากๆเพราะการเรียบเรียงทั้งดนตรีั โดนเฉพาะเสียงร้องประสานที่ห่อเสียงของคุณ Sarah ให้ peak ในท่อน chorus อารมณ์มากๆ คงไม่ต้องพูดถึงการแต่งเพลงและการร้องของคุณ Sarah เขาเพราะเขาก็เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้ว การแสดงสดนี้ึึึึุิอยู่ในชุด Afterglow Live เพลงดีดีเยอะมากน่าหามาฟังนะครับ อีกเพลงหนึ่งในการแสดงนี้ที่ไม่ควรจะลืมคือ Angel ฟังทีไรจะร้องไห้ทุกทีเพราะอารมณ์เขาถึงจริงๆ แต่เหตุผลที่เอา Adia มาลงแทน Angel เพราะอารมณ์ของการแสดงสดต่างกับฟังจากอัลบัมเยอะมาก แต่ Angel ในอัลบัมก็สุดยอดอยู่แล้ว" - Plop

3) Vincent - Chet Atkins
"คำที่ผมมักจะใ้ช้คุยกับคุณPlopเมื่อได้ดูการแสดงดนตรีดีๆก็คือคำว่า"ถึง" ในความหมายที่ใช้กันก็ึคงหมายถึงการที่ศิลปินเข้าถึงตัวเพลง ถึงอาีรมณ์เพลง สื่อถึงคนคนฟังได้เต็มๆ ซึ่งก็ทำให้เพลงน่าฟังนั่นเอง แต่เราไม่เคยใ้ช้คำว่า"ถึง"กับ Vincent version นี้เลย เพราะมันเลยจุดนั้นไปเยอะแล้ว มันเหมือนกับการฟังเพลงที่เรียบเรียงและเล่นโดยคนที่บรรลุแล้วซึ่งเส้นทางของดนตรี ถ้าเปรียบแบบซามูไรก็คงเป็นคนที่บรรลุเส้นทางแห่งบูชิโดอะไรแบบนั้น อาจะไม่ใช่คนที่ฟันดาบเก่งที่สุด เร็วที่สุดเท่าที่มี แต่เป็นคนที่เข้าใจวิถีชีวิตซามูไรอย่างแท้จริงได้ (นึกถึงหนัง last samurai อยู่) ฟังการเรียบเรียงและเล่นของ Chet ในเพลงนี้แล้วทำให้รู้สึกแบบนั้นจริงๆ และนั่นก็ืำทำให้เพลงนี้พิเศษโดดเด่นและเพราะมากๆในความรู้สึกเรา" - Phir

4) Home ของ Diana Ross แสดงโดย Melinda Doolittle ใน American Idol
" การแสดงอันนี้ทำให้ผมขนลุกตั้งชูชันได้มากกว่าห้าที ถ้าลองฟังเวอร์ชั่นของ Diana Ross จะเหมือนเป็นเพลงเรียบๆ แต่พอเรียบเรียงใหม่ให้ Melinda กลายเป็นว่า dynamic เพลงลากจากพื้นดินจนถึึงสวรรค์เลย ถึง peak มากๆ" - Plop

5) I Loves You Porgy/And I'm Telling you/I Have Nothing - Whitney Houston
"ลงตัว อาจไม่ใช่คำอธิบาย Medley 3 เพลงนี้ มันออกจะไปในทาง 'เกินเลย' ซะมากกว่า จริงๆ clip นี้ได้มาตอนที่เราพยายามหา I Have Nothing version สดที่ดีที่สุดใน YouTube แล้วก็ได้เจอในclipนี้ แต่บังเอิญมันมาอยุ่รวมกับเพลงระดับตำนานอีกสองเพลง ส่วนสำคัญที่สุดจริงๆแล้วก็คงเป็นเพราะ Whitney นี่แหละ นักร้องหญิง contemporary ที่ดีที่สุึดที่เคยมี (ในความคิดเรา) ดนตรีมันก็เลยใส่ได้้เต็มที่ เพลงที่แต่งไว้ดีอยู่แล้ว พอได้นักร้องระดับนี้ในช่วง primeของเค้า จะเรียบเรียงจะเล่นอัดให้มันเจ๋งแค่ไหนก็ได้ รวมๆมันก็เลยออกมา เป็น power ballad ที่ peak ขนาดนี้ เป็น10นาทีที่มันมากๆ สุดยอดการแสดงสดแท้ๆเลย" - Phir

6) And I'm Telling You - Jennifer Holliday
อ้วนดำดุของจริง Queen ครับ ฟังแล้วอยากก้มไปเลียเท้่้่าเลียขา ฟังตอนเขาร้องแล้วเพิ่ม pitch ไปเรื่อยๆแล้ว bridge ไปเป็นเสียง distort ดีดี ไม่ควรจะมีใครกล้าเอามาร้องประกวดเลย (แต่ก็ยังกล้ากัน) - Plop

7) Over the Rainbow - Connie Talbot
"โชว์ดีๆที่มาจากการประกวด Talent Show นอกจาก Home ของ Melinda ข้างบน ก็มี Over the Rainbow ของ Connie นี่แหละที่ฟังแล้วฟังอีกก็ยังประทับใจ เป็นโชว์ที่มี 'Wow' factor สูงที่สุดแล้ว" - Phir

- List นี้เรียงมั่วๆนะ ไม่ได้ตามความชอบหรืออะไร
- ขอบคุณ YouTube และ User ที่ Upload ของดีๆหายากๆมาให้ได้ดู